"ทับทิมสยาม" ส้มโอดีที่ลุ่มน้ำปากพนัง

  >>>>>>>> ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เนื้อสีแดงเข้ม นุ่ม อร่อย หวานหอม นับว่าเป็นพันธุ์ที่อร่อยมากพันธุ์หนึ่ง มีพื้นที่ปลูกในเขตอำเภอปากพนัง เพียง 150 ไร่ ขณะนี้ตลาดอ้าแขนรับ ได้รับความนิยมสูงมาก ขายได้ราคาสูง ไม่พอขาย จะต้องเร่งส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม

  >>>>>>>> จากการเปิดเผยของ นายสุทิน ศรีเผด็จ เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงสถานการณ์ การปลูกส้มโอในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากถึง 22,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 18,000 ไร่ สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดปีละ ประมาณ 100 ล้านบาทพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกได้แก่ พันธุ์ขาวทองดี ขาวพวง ฯลฯ และที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากในขณะนี้คือ พันธุ์ทับทิมสยาม” ซึ่งนับว่าเป็นพันธุ์ใหม่ที่มาแรงเพิ่งนำเข้ามาปลูกในพื้นที่อำเภอปากพนัง มีเกษตรกรผู้ปลูกเพียง 20 ราย เท่านั้น และ สำนักงานเกษตรจังหวัด กำลังส่งเสริมให้เป็นพันธุ์ทางเลือกอีกพันธุ์หนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

  >>>>>>>> ลักษณะประจำพันธุ์ของส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม มีลักษณะใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอก ผลมีขนาดใหญ่เส้นรอบผลประมาณ 16-22 นิ้ว หัวจีบ(คล้ายขาวพวง) ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผล คล้ายกำมะหยี่ เมื่อจับผลเบา ๆ จะรู้สึกได้ ผิวเปลือกนุ่ม เปลือกบาง ถ้าเก็บเกี่ยวหรือขนส่งไม่ดี จะซ้ำง่าย ลักษณะภายในผลเมื่อแก่จัดจะมีเนื้อสีแดงเข้ม (สีทับทิม) รสชาดหวาน หอม นุ่ม น่ารับประทาน

  >>>>>>>> จากการเปิดเผยข้อมูลของผู้ปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม รายแรก คือ นางประนอม มัดสะแหละ ที่หมู่บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2540 นายสมหวัง มัดสะแหละ อาของตนได้ไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดปัตตานี มีโอกาสได้ชิมส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามแล้วรู้สึกติดใจ ในรสชาด จึงได้นำกิ่งตอน มาปลูกที่หลังบ้าน(บ้านแสงวิมาน) จำนวน 2 ต้น เมื่อส้มโอให้ผลผลิต ปรากฎว่า รสชาดดีกว่าเดิม จึงได้ขยายพันธุ์ปลูกเพิ่มและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจบ้าง ทุกคนที่ได้ชิม จะติดใจในรสชาติและ ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามก็ได้เริ่มเป็นที่รู้จักกว้าขวางขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

  >>>>>>>> นายปลอดและนางนิรัตน์ ล่องทอง สองสามีภรรยา วัย 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองน้อยอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในจำนวนไม่กี่รายที่ปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามแต่เป็นหนึ่ง ในจำนวนหลายพันรายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ โดยเข้าร่วมโครงการในปี 2546 จำนวน 3 ไร่ ได้รับการสนับสนุนต้นพันธุ์ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี มาจากสำนักงานเกษตร จังหวัด นครศรีธรรมราช และต่อมาได้ซื้อส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามจากเพื่อนบ้านในตำบลเดียวกัน และตำบลใกล้เคียงมาปลูกเพิ่ม จำนวน 20 ต้น และปีต่อมา ได้ขุดพื้นที่นาเพื่อปลูกส้มโอเพิ่มเป็น 18 ไร่ แต่จำนวนส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามยังไม่ได้ปลูกเพิ่ม ส่วนการตลาดส้มโอ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้นับว่าดีทีเดียว จะมีพ่อค้ามารับซื้อที่สวนแบบคละขนาด ในราคาผลละ 16 บาท(พันธุ์ทองดี)ปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

  >>>>>>>> ส่วนส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม จำนวน 20 ต้น ให้ผลแล้วได้ผลผลิตปีละประมาณ 100 ผล/ต้น จะใช้วิธีการขายปลีกที่บ้าน หรือขายแบ่งให้พ่อค้าที่มาซื้อ ถึงสวนหลาย ๆ ราย โดยจะต้องแบ่งกันเพราะมีความต้องการซื้อสูงมาก ขายได้ผลละ 30-40 บาท ตามขนาด ส่วนพ่อค้าที่มารับซื้อจะนำไปขายปลีก ผลละ 50-100 บาท ส่วนการบำรุงรักษาก็เหมือนกับส้มโอทั่วไป ขณะนี้เริ่มตอนกิ่งเพื่อปลูกเพิ่มและแบ่งขายให้กับเพื่อนบ้านหรือผู้สนใจบ้างแล้ว และยินดีที่จะให้ข้อมูล หรือแลกเปลี่ยน ประสบการณ์กับเพื่อนเกษตรกรที่สนใจ เพราะหลังจาก ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คนในครอบครัวภาคภูมิใจมาก และได้ตั้งความหวังเอาไว้ว่า จะต้องทำแปลงโครงการนี้ให้สำเร็จให้ได้ เพื่อทดแทนพระคุณ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อคนลุ่มน้ำปากพนัง และก็ทำได้สำเร็จไปในระดับที่น่าพอใจแล้ว
 
นายนิพนธ์ สุขสะอาด/รายงาน
23/02/50
ดูแลระบบ : นายณัทธร รักษ์สังข์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว
ข้อมูล : นายนิพนธ์ สุขสะอาด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว
Email : nutthorn@doae.go.th, nakhonsri@doae.go.th